untitled

posted on 26 Jan 2009 22:07 by psu39660
1.2 การเปลี่ยนทางการเมืองระหว่าง 20 มิถุนายน 2476-พ.ศ.24881.กบฏบวรเดช   หลังจากยึดอำนาจการปฏิวัติยึดอำนาจวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2476 คณะราษฎรมีอำนาจการปกครองอย่างสมบูรณ์ และไม่ประนีประนอมกับกลุ่มเจ้านายและขุนนางในระบอบเก่าอีกต่อไป  ดังนั้นในระบอบเก่าและกลุ่มอนุรักษ์นิยมจึงถูกกำจัดออกจากการเมือง รวมถึงมีการปล่อยให้ประชาชนฟ้องร้องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ พลเอก  พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช อดีตเสนาบดี   กระทรวงกลาโหมกับพันเอก พระยาศรีสิทธิสงคราม (ดิ่น ท่าราบ) และนายทหารผู้ใหญ่อีกหลายคนจึงก่อการกบฏขึ้นในวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2476 แต่ในที่สุดกองทหารฝ่ายรัฐบาลอันมีพันตรี หลวงพิบูลสงครามเป็นผู้บัญชาการรบก็สามารถปราบคณะกบฏลงได้3.การเมืองในสมัยรัฐบาลพระยาพหลพลพยุหเสนารัฐบาลพันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา เข้าปกครองประเทศในเดือนมิถุนายนพ.ศ.2476 จนถึงเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2481 การเมืองการปกครองนั้น ได้พยายามรักษารูปแบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยดังจะเห็นได้ว่าเมื่อรัฐบาลแพ้คะแนนเสียงในเดือนกันยายน พ.ศ.2477 พันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนาได้ลาออกจากตำแหน่ง แต่ก็ได้กลับมาจัดตั้งรัฐบาลอีก   ในช่วงปลายสมัยรัฐบาลพันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา  ทหารเริ่มเข้ามามีบทบาททางการเมืองมากขึ้นโดยเฉพาะ บทบาทของจอมพล ป. พิบูลสงครามดังนั้นเมื่อพันเอก พระยาพหลพล-พยุหเสนาลาออกจากนายกรัฐมนตรี จอมพล ป. พิบูลสงคราม จึงได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 2.พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสละราชสมบัติการกบฏครั้งนี้มีผลกระทบกระเทือนต่อพระราชฐานะของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเพราะคณะราษฎรเข้าใจว่าพระองค์ทรงสนับสนุนการกบฏ  ความสัมพันธ์ระหว่างรัชกาลที่ 7 และคณะราษฎรจึงร้าวฉานยิ่งขึ้น  ต่อมาในตอนต้น พ.ศ. 2477  พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จไปรักษาพระเนตรที่ประเทศอังกฤษ  ระหว่างนั้นพระองค์ได้ทรงต่อรองกับรัฐบาลในเรื่องสิทธิและพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ แต่ไม่สัมฤทธิผล จึงทรงประกาศสละราชสมบัติ    ในวันที่     2 มีนาคม 2477    

untitled

posted on 26 Jan 2009 22:06 by psu39660

2.2พัฒนาการทางการเมืองช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่2 พ.ศ.2488-2490เป็นช่วงเวลาที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์อย่างมาก เนื่องจากในช่วงเวลา 2 ปีนั้นได้เกิดเหตุการณ์ทางการเมืองครั้งสำคัญหลายประการ ได้แก่

2.2.1 รัฐบาล ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช พ.ศ. 2488เมื่อจอมพล ป. พิบูลสงคราม ลาออก  นายทวี บุณยเกตุ เป็นนายกรัฐมนตรีชั่วคราว เพื่อรอให้ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช  กลับมาจากสหรัฐอเมริกามารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อแก้ไขปัญหาบ้านเมืองที่ตกเป็นฝ่ายแพ้สงคราม ซึ่งม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช  ก็แก้ไขสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี จนประเทศไทยพ้นจากสภาพเป็นผู้แพ้สงคราม 

2.2.2 เหตุการณ์รัชกาลที่ 8 ถูกลอบปลงพระชนม์-รัฐประหาร พ.ศ.2490พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ได้เสด็จนิวัตประเทศไทย พร้อมด้วยพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช และก่อนที่จะเสด็จกลับไปศึกษาต่อที่ประเทศสวิตเชอร์แลนด์  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลก็เสด็จสวรรคตด้วยอาวุธปืน ในวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2489  รัฐบาลได้อัญเชิญพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช เสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติต่อมา โดยมีคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เนื่องจากยังทรงไม่บรรลุนิติภาวะ 

2.3 พัฒนาการทางการเมืองภายหลังการรัฐประหาร พ.ศ.2490-2500การรัฐประหาร พ.ศ.2490 ทำให้กลุ่มทางการเมืองของคณะราษฎรต้องยุติบทบาทลงทางการเมืองลงไป  และทำให้สถาบันกองทัพบกซึ่งมีบทบาทในการปราบปรามการกบฏมีอำนาจในการเมืองของประเทศไทยมากยิ่งขึ้น วงการเมืองไทยประกอบด้วยกลุ่มการเมืองต่างๆ ได้แก่..1.กลุ่มพลเรือน2.กลุ่มคณะรัฐประหาร  ประกอบด้วยกลุ่มต่างๆ1).กลุ่มของจอมพล ป. พิบูลสงคราม2).กลุ่มของจอมพล ผิน ชุณหะวัณ3).มีจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นหัวหน้า สมาชิกเป็นนายทหารหนุ่ม

edit @ 26 Jan 2009 22:13:31 by WhiTe`ChocoLaTe~*

untitled

posted on 26 Jan 2009 22:06 by psu39660

 2.4.1 รัฐบาลจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์(พ.ศ. 2501-2506)เป็นรัฐบาลที่ปกครองประเทศด้วยระบอบเผด็จการทหาร เพื่อให้รัฐบาลมีศักยภาพในการใช้อำนาจการบริหารได้ รัฐบาลจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ยังดำเนินนโยบายฟื้นฟูสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างเต็มที่2.4 การเมืองการปกครองของไทยช่วงรัฐบาลทหาร พ.ศ.2500-2516เหตุการณ์จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ยึดอำนาจมาจากรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม โดยลักษณะสำคัญของระบอบเผด็จการทหารที่จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ สร้างขึ้นเป็นการปกครองด้วยฐานะของหัวหน้าคณะปฏิวัติที่มีอำนาจเด็ดขาดโดยใช้อำนาจเด็ดขาดตามธรรมนูญการปกครองแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2502 ที่ให้อำนาจแก่นายกรัฐมนตรีอย่างมาก

2.4.2 รัฐบาลจอมพล ถนอม กิตติขจร (พ.ศ. 2506-2516)ได้สืบทอดรูปแบบการปกครองแบบเผด็จการทหารมาจากจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ แต่ระบอบการปกครองดังกล่าวไม่มั่นคงเหมือนสมัยจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ โดยสามารถแบ่งยุคสมัยทางการเมืองได้เป็น 2 ช่วงเวลา ได้แก่ ...นโยบายที่สำคัญการส่งเสริมการพัฒนาประเทศพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ สร้างความสงบเรียบร้อย มีอำนาจการปกครองที่เด็ดขาดมีบุคลิกภาพที่มีสภาวะเป็นผู้นำและสามารถควบคุมกองทัพได้อย่างเด็ดขาด

edit @ 26 Jan 2009 23:13:22 by WhiTe`ChocoLaTe~*